ตลาดเงินกู้และสินเชื่อถือเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ ทั้งในระดับมหภาคและระดับบุคคล การเข้าถึงแหล่งเงินทุนช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้บริโภคและขับเคลื่อนภาคธุรกิจให้สามารถขยายกำลังการผลิตหรือลงทุนในโครงการใหม่ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม การขอสินเชื่อหรือการกู้ยืมเงินเป็นกระบวนการทางนิติกรรมที่มีข้อผูกพันระยะยาวและมีต้นทุนทางการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของเงินกู้ กลไกการคำนวณดอกเบี้ย ตลอดจนกระบวนการพิจารณาของสถาบันการเงิน จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการวางแผนและป้องกันความเสี่ยงทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ประเภทของเงินกู้และการจำแนกตามลักษณะโครงสร้างสินเชื่อ
การจัดแบ่งประเภทของเงินกู้สามารถทำได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณา หากจำแนกตามหลักประกันในการกู้ยืม จะสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักที่มีลักษณะเฉพาะและเงื่อนไขที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
-
เงินกู้แบบมีหลักประกัน เป็นการกู้ยืมเงินที่ผู้กู้ต้องนำสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามาเป็นหลักค้ำประกันการชำระหนี้ เช่น โฉนดที่ดิน อาคารชุด รถยนต์ หรือบัญชีเงินฝากประจำ ข้อดีของสินเชื่อประเภทนี้คือผู้กู้มักจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำเนื่องจากสถาบันการเงินมีความเสี่ยงต่ำ หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามสัญญา เจ้าหนี้สามารถดำเนินการบังคับคดีตามกฎหมายเพื่อนำสินทรัพย์ดังกล่าวมาขายทอดตลาดเพื่อชดเชยหนี้ได้
-
เงินกู้แบบไม่มีหลักประกัน เป็นการอนุมัติวงเงินโดยพิจารณาจากความน่าเชื่อถือ ประวัติทางการเงิน และความสามารถในการสร้างรายได้ของผู้กู้เป็นหลัก เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลหรือบัตรเครดิต เนื่องจากสถาบันการเงินต้องแบกรับความเสี่ยงสูงกว่าในกรณีที่เกิดหนี้เสีย อัตราดอกเบี้ยของเงินกู้ประเภทนี้จึงถูกกำหนดไว้สูงกว่าเงินกู้แบบมีหลักประกันอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ หากพิจารณาตามรูปแบบการเบิกถอนและการชำระคืน ยินกู้ยังแบ่งออกเป็นเงินกู้ระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาชำระคืนแน่นอนเป็นงวดๆ เช่น สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และเงินกู้หมุนเวียนที่ผู้กู้สามารถเบิกถอนเงินออกมาใช้และชำระคืนสลับกันไปได้ตามต้องการภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติ เช่น วงเงินเบิกเกินบัญชี ซึ่งตอบโจทย์การบริหารสภาพคล่องระยะสั้นของธุรกิจ
กลไกการคิดอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อภาระหนี้
ต้นทุนที่สำคัญที่สุดในการกู้ยืมเงินคือดอกเบี้ย ซึ่งเปรียบเสมือนค่าธรรมเนียมที่ผู้กู้ต้องจ่ายให้กับเจ้าหนี้เป็นการตอบแทนสำหรับการนำเงินทุนมาใช้งาน รูปแบบการคิดอัตราดอกเบี้ยมีสองประเภทหลักที่ส่งผลต่อจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละงวด
-
อัตราดอกเบี้ยคงที่ เป็นระบบที่กำหนดตัวเลขอัตราดอกเบี้ยไว้เป็นจำนวนที่แน่นอนตลอดอายุสัญญาการกู้ยืม หรือในช่วงเวลาที่ตกลงกันไว้โดยไม่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะตลาดเงิน ข้อดีคือทำให้ผู้กู้สามารถวางแผนรายจ่ายในแต่ละเดือนได้อย่างแม่นยำและไม่มีความเสี่ยงเมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น
-
อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว เป็นอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงไปตามต้นทุนทางการเงินของสถาบันการเงิน ซึ่งจะอ้างอิงกับดัชนีมาตรฐาน เช่น อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา หรือประเภทเงินเบิกเกินบัญชี การกู้ยืมในรูปแบบนี้มีความผันผวนสูง หากสภาพเศรษฐกิจอยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ภาระหนี้และยอดเงินที่ต้องชำระในแต่ละงวดอาจปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
วิธีการคำนวณดอกเบี้ยที่แพร่หลายในระบบธนาคารพาณิชย์คือการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ซึ่งเป็นการคำนวณดอกเบี้ยจากยอดหนี้เงินต้นที่เหลืออยู่จริงในแต่ละงวด เมื่อผู้กู้ชำระเงินงวดเข้ามา เงินจำนวนนั้นจะถูกนำไปตัดค่าดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในงวดนั้นก่อน จากนั้นเงินส่วนที่เหลือจึงจะนำไปหักลดเงินต้น ส่งผลให้การชำระเงินงวดในจำนวนที่มากกว่าขั้นต่ำจะช่วยลดเงินต้นได้เร็วขึ้น และทำให้ยอดดอกเบี้ยในงวดถัดไปลดลงตามไปด้วยอย่างเป็นลำดับ
กระบวนการพิจารณาสินเชื่อและเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง
การที่สถาบันการเงินจะอนุมัติเงินกู้ให้แก่ผู้ขอสินเจือนั้น จะต้องผ่านกระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยงอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ โดยสถาบันการเงินมักใช้หลักเกณฑ์มาตรฐานในการประเมินศักยภาพของผู้กู้ในหลายมิติ
องค์ประกอบแรกคือความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งพิจารณาจากสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้รวม โดยสถาบันการเงินจะคำนวณว่ายอดผ่อนชำระหนี้ทั้งหมดของผู้กู้ในแต่ละเดือนเมื่อรวมกับหนี้กู้ใหม่แล้ว ไม่ควรเกินร้อยละสี่สิบถึงร้อยละห้าสิบของรายได้สุทธิต่อเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้กู้จะมีเงินเหลือเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพขั้นพื้นฐาน
องค์ประกอบต่อมาคือประวัติการชำระหนี้ในอดีต ซึ่งสถาบันการเงินจะตรวจสอบข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เพื่อดูพฤติกรรมความรับผิดชอบในการชำระหนี้ ประวัติการค้างชำระ ยอดวงเงินคงค้างในปัจจุบัน และจำนวนครั้งที่ยื่นขอสินเชื่อในช่วงเวลาที่ผ่านมา หากผู้กู้มีประวัติการชำระเงินที่ตรงเวลาและไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ก็จะมีโอกาสได้รับอนุมัติสูงขึ้น รวมถึงอาจได้รับข้อเสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเป็นพิเศษเนื่องจากถูกประเมินว่าเป็นผู้กู้ที่มีความเสี่ยงต่ำ
แผนการบริหารจัดการและการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
การบริหารเงินกู้อย่างมีประสิทธิภาพกำหนดให้ผู้กู้ต้องมีวินัยทางการเงินอย่างสูง การผิดนัดชำระหนี้นอกจากจะทำให้ต้องเสียเบี้ยปรับในอัตราที่สูงขึ้นแล้ว ยังส่งผลเสียต่อคะแนนเครดิตซึ่งจะสร้างอุปสรรคในการขอสินเชื่อในอนาคต หากผู้กู้เริ่มประสบปัญหาทางด้านสภาพคล่องและคาดว่าจะไม่สามารถชำระคืนได้ตามกำหนด การเข้าพบเจ้าหนี้เพื่อเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้จึงเป็นแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง
แนวทางการปรับปรุงโครงสร้างหนี้มีหลายวิธี เช่น การขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระหนี้ออกไปให้ยาวนานขึ้น ซึ่งจะช่วยลดจำนวนเงินผ่อนต่องวดลงมาให้อยู่ในระดับที่ผู้กู้สามารถจ่ายได้ หรือการขอพักชำระเงินต้นชั่วคราวโดยจ่ายเฉพาะส่วนที่เป็นดอกเบี้ยในช่วงที่ประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง
อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่นิยมใช้ในการลดต้นทุนดอกเบี้ยคือการรีไฟแนนซ์ ซึ่งหมายถึงการขอกู้เงินจากสถาบันการเงินแห่งใหม่เพื่อนำมาปิดยอดเงินกู้กับสถาบันการเงินเดิม โดยอาศัยข้อเสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าของข้อตกลงใหม่ วิธีการนี้มักใช้กับสินเชื่อที่มีวงเงินสูงและระยะเวลากู้ยาวนาน เช่น สินเชื่อบ้าน เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายโดยรวมและทำให้หนี้หมดไวขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้กู้จำเป็นต้องคำนวณค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการปิดบัญชีก่อนกำหนดและค่าธรรมเนียมการจดจำนองใหม่ร่วมด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าการรีไฟแนนซ์ในครั้งนั้นคุ้มค่าอย่างแท้จริง
คำถามที่พบบ่อย
การคำนวณดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกและแบบคงที่มีวิธีการคิดที่แตกต่างกันอย่างไรและส่งผลต่อผู้กู้อย่างไร
การคิดดอกเบี้ยแบบคงที่จะคำนวณดอกเบี้ยจากยอดเงินกู้ตั้งต้นทั้งหมดตั้งแต่วันแรก แล้วนำมาเฉลี่ยเป็นจำนวนเท่ากันทุกงวดตลอกอายุสัญญา ทำให้การจ่ายเงินงวดเพิ่มขึ้นไม่มีผลต่อการลดดอกเบี้ย ขณะที่แบบลดต้นลดดอกจะคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นที่เหลืออยู่จริงในแต่ละงวด หากผู้กู้โปะเงินเกินจำนวนขั้นต่ำ เงินต้นจะลดลงทันทีและส่งผลให้ดอกเบี้ยในงวดถัดไปลดน้อยลงตามไปด้วย
ในกรณีที่ผู้กู้ร่วมเสียชีวิตหรือไร้ความสามารถ ทางสถาบันการเงินจะดำเนินการจัดการกับสัญญากู้ยืมเงินอย่างไร
เมื่อผู้กู้ร่วมคนใดคนหนึ่งเสียชีวิต ภาระหนี้ตามสัญญากู้ยืมจะยังคงอยู่ครบถ้วน โดยผู้กู้ร่วมที่เหลืออยู่จะต้องรับผิดชอบชำระหนี้ต่อไปตามปกติ ในขณะเดียวกัน สถาบันการเงินจะเรียกร้องให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทของผู้เสียชีวิตเข้ามาจัดการรับสิทธิและหน้าที่ในส่วนของผู้เสียชีวิต หากผู้กู้มีการทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อไว้ บริษัทประกันจะเป็นผู้จ่ายเงินชดเชยเพื่อปิดยอดหนี้ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
การจ่ายชำระเงินกู้ก่อนกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาสามารถทำได้หรือไม่และต้องเสียค่าธรรมเนียมอย่างไร
ผู้กู้สามารถจ่ายชำระเงินกู้ก่อนกำหนดหรือปิดบัญชีก่อนเวลาได้ แต่สำหรับสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย สถาบันการเงินมักมีเงื่อนไขห้ามปิดบัญชีหรือรีไฟแนนซ์ในช่วงสามปีแรก หากผู้กู้ฝ่าฝืนจะต้องเสียค่าเบี้ยปรับการไถ่ถอนก่อนกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดเงินต้นคงเหลือตามที่ระบุไว้ในสัญญา ทั้งนี้เพื่อชดเชยรายได้ดอกเบี้ยที่ธนาคารสูญเสียไป
ทำไมการยื่นขอสินเชื่อหลายแห่งพร้อมกันในระยะเวลาอันสั้นจึงส่งผลกระทบเชิงลบต่อการพิจารณาอนุมัติเงินกู้
การที่ผู้ขอสินเชื่อยื่นคำขอไปยังสถาบันการเงินหลายแห่งพร้อมกัน จะทำให้เกิดประวัติการเข้าตรวจสอบข้อมูลเครดิตจากหลายหน่วยงานในเวลาใกล้เคียงกัน ระบบประเมินความเสี่ยงของธนาคารอาจตีความว่าผู้กู้กำลังประสบปัญหาขาดแคลนสภาพคล่องอย่างรุนแรง หรือกำลังพยายามก่อหนี้เกินตัวเกินกว่าความสามารถในการชำระคืน ซึ่งส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของผู้กู้ลดลงและอาจถูกปฏิเสธสินเชื่อได้
คะแนนเครดิตหรือเกรดในรายงานข้อมูลเครดิตคำนวณจากอะไรและมีวิธีปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร
คะแนนเครดิตคำนวณจากหลายปัจจัย ได้แก่ ประวัติการชำระหนี้ว่าตรงเวลาหรือไม่ ยอดหนี้คงเหลือเทียบกับวงเงินที่ได้รับ ความยาวนานของประวัติการใช้สินเชื่อ และประเภทของสินเชื่อที่มีอยู่ การปรับปรุงคะแนนให้ดีขึ้นสามารถทำได้โดยการชำระหนี้ให้ตรงเวลาทุกงวด ไม่ค้างชำระ พยายามลด ยอดหนี้คงค้างในบัตรเครดิตให้ต่ำกว่าร้อยละสามสิบของวงเงิน และหลีกเลี่ยงการเปิดบัญชีสินเชื่อนอกระบบหรือสินเชื่อใหม่ที่ไม่จำเป็น
หากถูกสถาบันการเงินปฏิเสธการอนุมัติสินเชื่อ ผู้ขอสะท้อนสิทธิในการรับทราบเหตุผลตามกฎหมายอย่างไรบ้าง
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สถาบันการเงินมีหน้าที่ต้องออกหนังสือชี้แจงเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้ขอสินเชื่อทราบภายในระยะเวลาที่กำหนด หากเหตุผลการปฏิเสธนั้นมาจากการตรวจสอบข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ สถาบันการเงินต้องระบุข้อเท็จจริงดังกล่าวพร้อมทั้งแจ้งสิทธิให้ผู้ขอสินเชื่อสามารถนำหนังสือนั้นไปขอตรวจเช็กรายงานข้อมูลเครดิตของตนเองได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด






